ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้คุยกับเบียร์-ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ถึงประเด็นนี้ใน Podcast : Tell Me Why (ลิงก์ในคอมเมนต์) อ้างอิงจากบทความที่คุณเบียร์เคยเขียนเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน (ลิงก์ในคอมเมนต์เช่นกัน) ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก
.
คุณเบียร์อธิบายถึงทฤษฎีที่เรียกว่า “Hot-Cold Empathy Gap” ที่พัฒนาโดย จอร์จ โลเวนสไตน์ จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน โดยให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจและรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์
.
ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยานี้อธิบายว่าทำไมคนเราจึงมักประเมินพฤติกรรมของตนเองในสถานการณ์ที่มีอารมณ์รุนแรงได้ ‘ไม่แม่นยำ’ เมื่ออยู่ในสภาวะอารมณ์ปกติ (และกลับด้านก็เช่นเดียวกัน)
.
Hot-cold empathy gap หมายถึงแนวโน้มที่เรามักจะประเมินอิทธิพลของแรงขับภายในที่มีต่อพฤติกรรมของเราต่ำเกินไป
.
กระบวนการตัดสินใจของเราขึ้นอยู่กับสภาวะอารมณ์ในขณะนั้นอย่างมากกว่าที่เราคิด ทำให้ยากที่จะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าเราจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ในสภาวะอารมณ์ที่แตกต่างออกไป
.
ตัวอย่างเช่น เมื่อเราอิ่ม (สภาวะเย็น) เรามักจะคาดการณ์พฤติกรรมของตัวเองตอนหิว (สภาวะร้อน) ได้ไม่แม่นยำสักเท่าไหร่ หากไปซื้ออาหารที่ซูเปอร์มาร์เก็ตตอนอิ่ม เราก็จะซื้อของไม่เยอะเท่าไหร่เพราะยังอิ่มอยู่ แต่ถ้าหิวแล้วไปซื้ออาหาร (สภาวะร้อน) เราจะคิดถึงแต่ของที่อยากกิน
.
หรือถ้ามีคนมาถามเราขณะอยู่ในสถานการณ์ปกติ (สภาวะเย็น) ว่ามีโอกาสจะนอกใจแฟนไหม คนทั่วไปก็ต้องบอกว่าไม่มีทาง แต่นั่นแหละครับคือ Hot-cold empathy gap เรามักจะคาดการณ์พฤติกรรมของตัวเองตอนอยู่ในจังหวะ ‘heat of the moment’ หรือสถานการณ์ที่ล่อแหลมที่จะทำให้นอกใจแฟน (สภาวะร้อน) ได้ไม่แม่นยำนัก
.
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดสินใจพลาด คงมีหลายคนที่หักห้ามใจหรือเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ล่อแหลมได้ แต่แค่อยากชี้ให้เห็นว่านี่คือสิ่งที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน
.
งานวิจัยสำคัญที่ดำเนินการโดยโลเวนสไตน์และแดน อาริเอลี ที่มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ได้แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์นี้ผ่านการทดลองแบบควบคุมกับนักศึกษาชาย 35 คน การวิจัยพบว่าคำตอบต่อคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสภาวะปกติ (เย็น) และสภาวะตื่นตัว (ร้อน) โดยผู้เข้าร่วมมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจแบบก้าวร้าวหรือเสี่ยงมากขึ้นในสภาวะร้อนเมื่อเทียบกับสภาวะเย็น
การนำไปประยุกต์ใช้
.
ความเข้าใจเรื่อง hot-cold empathy gap สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน:
.
1 ด้านความสัมพันธ์: การตระหนักถึงช่องว่างนี้ช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่จะเสียใจในภายหลัง โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์และความซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง
.
2 ด้านการตัดสินใจเชิงจริยธรรม: ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายการตัดสินใจในระดับที่กว้างขึ้น เช่น การทุจริตของนักการเมือง หรือความขัดแย้งทางความคิดระหว่างกลุ่มการเมืองที่มีอุดมการณ์แตกต่างกัน
.
การพัฒนาความสามารถในการเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ (empathy) ทั้งต่อผู้อื่นและต่อตัวเราเองในสภาวะอารมณ์ที่แตกต่าง เป็นทักษะสำคัญที่ควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อช่วยให้บุคคลสามารถหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจขัดกับค่านิยมและหลักการของตนเองในยามที่อยู่ในสภาวะอารมณ์ร้อน
.
การเข้าใจและตระหนักถึง hot-cold empathy gap มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการตัดสินใจและพฤติกรรมของมนุษย์ การรู้เท่าทันว่าสภาวะอารมณ์มีผลต่อการตัดสินใจของเราอย่างไร จะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัวและวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น
.
และเมื่อเรารู้ว่ามนุษย์มีความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะที่ล่อแหลม วิธีป้องกันการตัดสินใจผิดพลาด คืออย่าพาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นตั้งแต่แรกน่าจะดีที่สุด
อ้างอิง :
https://shorturl.at/pyn3p
https://thaipublica.org/2015/03/nattavudh-11/