💬 มีประโยคหนึ่งของ โยดา (Yoda) สุดยอดเจไดในตำนานจากเรื่อง Star Wars ที่กล่าวว่า
.
“อาจารย์ที่ดีที่สุดคือความล้มเหลว”
.
แม้คำกล่าวนั้นจะจริง แต่ก็เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
.
จริงอยู่ที่เราเรียนรู้จากความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ แต่ก็เราจะเรียนรู้จากความล้มเหลวได้ เราก็ต้องซื่อสัตย์และระบุได้อย่างชัดเจนว่าสาเหตุของความผิดพลาดนั้นมาจากอะไรกันแน่
.
🎯คุณกำลังเผชิญสิ่งที่เรียกว่าอคติแห่งการมองย้อนกลับ (Hindsight Bias) อยู่ครับ
.
มันเป็นอคติที่เกิดขึ้นเมื่อเรามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเชื่อ ‘แบบผิด ๆ’ ว่าคุณรู้มาโดยตลอด “เป็นอย่างที่คิด” ผลที่ออกมาไม่ต่างจากที่คุณคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรก
.
ลองจินตนาการก็ได้ครับว่าคุณกำลังเริ่มทำธุรกิจบางอย่าง แล้วมีคนถามว่า “ธุรกิจนี้จะอยู่รอดในปีแรกไหม?” คุณก็คงตอบอย่างมั่นใจว่า “แน่นอนสิ”
.
หลังจากนั้นหนึ่งปี ปรากฏว่าธุรกิจไปไม่รอด (ซึ่งสถิติการทำธุรกิจโดยเฉพาะสตาร์ตอัปนั้นล้มเหลวมากกว่า 90%) ทีนี้พอมีคนมาถามให้คุณนึกถึงคำตอบที่ตัวเองให้ไว้เมื่อปีก่อน คุณก็อาจจะบอกว่า “ที่จริงก็คิดแหละว่าธุรกิจนี้อาจจะไม่รอดก็ได้”
.
ตอนนี้คุณกำลังเอาผลลัพธ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้น (ธุรกิจที่ล้มเหลว) มาเป็นตัวตั้งต้นเขียนประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง สร้างเรื่องราวบางอย่างที่บอกว่าคุณก็รู้มาเสมอว่ามันจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
.
ที่จริงคำถามนี้ถูกใช้จริง ๆ ในการทดลองในปี 2009 ที่มหาวิทยาลัย University of Pennsylvania ซึ่งนักวิจัยก็ถามเหล่าผู้ประกอบการว่าโอกาสที่ธุรกิจของพวกเขาจะประสบความสำเร็จไหมในอีกหนึ่งปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าแน่นอน (ก็เข้าใจได้ว่าคนที่กำลังจะเริ่มธุรกิจคงไม่มีใครบอกว่าของตัวเองจะเจ๊ง)
.
หลังจากนั้นหนึ่งปีก็กลับมาถามเหล่าผู้ประกอบการที่ไปไม่รอด พวกเขาจะตอบว่า ‘ก็คิดไว้แล้วว่ามันอาจจะไม่รอดก็ได้’ ซึ่งกลายเป็นช่องว่างระหว่างคำตอบที่มาจากคติแห่งการมองย้อนกลับทันที
.
ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้แหละ ความบิดเบี้ยวของความคิดที่คิดว่าตัวเองรู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
.
ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่วิเคราะห์หรือหาเหตุผลจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ ทำไมมันถึงล้มเหลว ทำไมถึงไปไม่รอด ซึ่งการมองข้ามตรงนี้และด่วนสรุปไปเลยว่าตัวเองรู้อยู่แล้ว ทำให้เสียโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั่นเอง
.
ส่งผลให้คุณไม่ได้เรียนรู้จากความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเลย
.
✅ วิธีแก้ก็มีอยู่ครับ
.
ไม่ว่าจะในเรื่องการลงทุน ทำธุรกิจหรือชีวิตส่วนตัวก็ตามให้เขียนบันทึกการตัดสินใจของตัวเองเอาไว้
.
ทุกอย่างที่เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ ๆ ในชีวิต และสิ่งที่สำคัญคือเขียนเหตุผลกำกับไปด้วยว่า ‘เพราะอะไร’ ถึงตัดสินใจแบบนี้
.
เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราก็กลับมาเช็กครับว่าความจริงมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไหม ตอนนี้แทนที่จะบอกว่า “เห็นไหม ว่าแล้วเชียว” คุณจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้รู้หรอก ซึ่งการยอมรับตรงนี้ว่าตัวเองไม่ได้รู้มาก่อน คิดผิดมาตลอดคือก้าวแรกของการเรียนรู้จากความล้มเหลวอย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้นในอนาคตด้วย
.
เราพลาดโอกาสในอดีตและ “รู้งี้” มานักต่อนักแล้ว
.
อย่าพลาดโอกาสในอนาคตเพราะ “รู้แล้วว่าจะเป็นอย่างงี้” เพิ่มขึ้นเลยครับ
อ้างอิง :
https://themakingofamillionaire.com/defeating-hindsight-bias-keys-to-smarter-investing-dab27d16ce15
https://repository.upenn.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1012&context=accounting_papers
https://www.jstor.org/stable/40539277