.
ใครก็ตามที่มีโอกาสพบกับ สตีฟ จ๊อบส์ (Steve Jobs) ก่อนที่เขาจะก่อตั้งบริษัท Apple คงไม่คาดคิดว่าชายผู้นี้จะกลายเป็นผู้นำของบริษัทด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ในยุคต่อมาอย่างแน่นอน
.
ตอนเรียนที่วิทยาลัยรี้ดซึ่งโด่งดังด้านศิลปศาสตร์ในรัฐออริกอน เขาไว้ผมยาวและชอบเดินเท้าเปล่า ไม่ได้มีท่าทีว่าสนใจหรือหลงใหลในเรื่องธุรกิจหรืออิเล็กทรอนิกส์มากเท่าไหร่นัก และเลือกเรียนประวัติศาสตร์ตะวันตกกับเต้นรำ
.
หลังจากเรียนได้เพียงภาคเรียนเดียว ก็ตัดสินใจออกจากวิทยาลัย เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต แต่ช่วงนั้นก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในวิทยาลัยต่อระยะหนึ่ง อาศัยนอนที่พื้นห้องพักของเพื่อนและทานอาหารฟรีที่วัดของลัทธิหเร กฤษณะ ในละแวกนั้น
.
หลายคนมองว่าเขาเป็นคนที่เพี้ยนๆ สักหน่อยด้วยซ้ำ
.
ในหนังสือชีวประวัติที่ค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตของจ๊อบส์มาอย่างละเอียดชื่อว่า “Steve Jobs: The Journey is the Reward” (ตีพิมพ์1989) บอกเอาไว้ว่าสุดท้ายแล้วจ๊อบส์ตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่แคลิฟอร์เนียในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 และเริ่มทำงานกะดึกที่บริษัท “อาตาริ” (Atari) ซึ่งเขาตัดสินใจสมัครเพราะเห็นโฆษณาว่าเป็นงานที่ ‘สนุกและทำเงิน’
.
ระหว่างวันก็ไปทำงานที่ ออล วัน ฟาร์ม ชุมชนแถบทางเหนือของซานฟรานซิสโก
.
แต่ถึงจุดหนึ่งเขาก็ทิ้งงานทั้งหมด เพื่อไปแสวงบุญที่อินเดีย หลังจากกลับมาก็ฝึกปฏิบัติอย่างจริงจังที่ โลส อัลโตส เซน เซ็นเตอร์ (Los Altos Zen Center)
.
ในช่วงปี 1974 หลังจากที่จ๊อบส์กลับมาจากอินเดีย อเล็กซ์ คัมราดท์ วิศวกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้ทาบทาม สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak – ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ร่วมกับจ๊อบส์ในภายหลัง) ให้มาช่วยออกแบบอุปกรณ์รับส่งข้อมูลสำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง
.
วอซเนียกถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ หมกมุ่นกับมันและศึกษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในมหาวิทยาลัย แต่ไม่เก่งเรื่องธุรกิจ เลยขอให้จ๊อบส์ซึ่งเป็นเพื่อนกันมานาน มาช่วยดูเรื่องสัญญาทางธุรกิจให้หน่อย
.
ทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งช่วงปลายปี 1975 จ๊อบส์ตัดสินใจหยุดงานไปเฉยๆ ไปทำงานที่ออล วัน ฟาร์ม โดยไม่บอกให้คัมราดท์ทราบ พอหมดฤดูกาลก็กลับมา ปรากฏว่าคัมราดท์หาคนมาแทนเรียบร้อย
.
ชีวิตของจ๊อบส์ ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าเขาหลงใหลในเทคโนโลยีและการเป็นผู้ประกอบการ
.
คาร์ล นิวพอร์ต (Carl Newport) เขียนไว้ในหนังสือ “So Good They Can’t Ignore Your” บอกว่า “ในช่วงหลายเดือนก่อนที่ สตีฟ จ๊อบส์ จะก่อตั้งบริษัทที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่สับสน แสวงหาการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ และสนใจอิเล็กทรอนิกส์แค่ตอนที่เห็นแววว่ามันจะทำเงินให้เขาได้อย่างรวดเร็ว”
.
แต่ในปีเดียวกันนี้เอง จ๊อบส์ ก็สังเกตเห็นโอกาสบางอย่าง ซึ่งกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คนที่คลั่งไคล้เรื่องอิเล็กทรอนิกส์ กำลังตื่นเต้นกับการเปิดตัวชุดคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถประกอบได้เองที่บ้านเป็นครั้งแรก
.
เขาเลยปรึกษากับวอซเนียกเรื่องการออกแบบแผงวงจรสำหรับชุดคอมพิวเตอร์แบบประกอบเอง เพื่อขายให้กับคนที่สนใจงานอดิเรกตรงนี้ ขายสัก 50 เหรียญ ทำสัก 100 ชุด หักต้นทุนอะไรหมดแล้วกำไรเหนาะๆ 1,000 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่ความเสี่ยงต่ำมาก เพราะทั้งคู่ก็ยังทำงานที่อื่นอยู่ด้วย
.
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Apple กลายเป็นตำนานเกิดขึ้นตอนที่จ๊อบส์ (ในหนังสือบอกว่าเดินเท้าเปล่า) ไปที่ร้าน ‘ไบต์ ชอป’ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ร้านแรกในเมืองเมาน์เทนวิวของพอล เทอร์เรลล์ เพื่อเสนอเอาแผงวงจรไปวางขายที่ร้าน แต่เทอร์เรลล์บอกว่าไม่อยากขายแค่แผงวงจร แต่อยากได้คอมพิวเตอร์ที่ประกอบเสร็จแล้วมากกว่า
.
เทอร์เรลล์ บอกว่าจะรับซื้อเครื่องละ 500 เหรียญ และอยากได้ 50 เครื่องภายในเวลาที่เร็วที่สุด
.
จ๊อบส์รีบคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที เพราะได้เงินมากกว่าเห็นๆ เขากลับไปรวบรวมเงินและตั้งต้นลงทุนทำธุรกิจกับวอซเนียก ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัท Apple ในวันนี้
.
ในหนังสือ “Steve Jobs: The Journey is the Reward” บอกว่า
.
“มันเป็นแผนการเล็กๆ ที่ไม่ได้โลดโผนอะไร พวกเขาไม่ได้วาดฝันว่าจะครองโลก”
.
เพราะฉะนั้นแม้ว่าเราอาจจะเคยได้ยินสุนทรพจน์ในพิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดอันโด่งดังของจ๊อบส์ในปี 2005 ที่บอกว่า
.
“คุณต้องค้นหาสิ่งที่รัก…ทางเดียวที่คุณจะสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือการรักในสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้ายังหาสิ่งนั้นไม่เจอก็จงหาต่อไป อย่าถอดใจ”
.
แต่ที่จริงแล้วดูเหมือนว่าถ้าหากอยากประสบความสำเร็จ (เหมือนจ๊อบส์) เราควรตามสิ่งที่เขาทำ มากกว่าสิ่งที่เขาพูด
อ้างอิง :
หนังสือ “Unfollow Your Passion”
หนังสือ ‘So Good They Can’t Ignore You’
https://hackernoon.com/passion-doesnt-pay-your-rent
https://markmanson.net/screw-finding-your-passion
https://www.fastcompany.com/3001441/do-steve-jobs-did-dont-follow-your-passion
https://www.youtube.com/watch?v=UF8uR6Z6KLc
https://twitter.com/khajochi/status/1289964111845982209